
นวัตกรรมคุณค่าและความงามจาก 'ดอกบัวตอง' แม่ฮ่องสอน
รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากสารสกัดดอกบัวตองดอยแม่อูคอ พิเศษช่วงเปิดตัวเดือนพฤศจิกายน 2569 ลดทันที 30% ทุกชิ้นเดี่ยว และลดเพิ่มอีก 5% เมื่อซื้อแพ็กคู่ 2 ชิ้น

เจลอาบน้ำสูตรพฤกษาสกัดจากดอกบัวตองบริสุทธิ์ ชำระล้างสิ่งสกปรกและมลภาวะอย่างนุ่มนวล ฟองละเอียดเนียนนุ่ม ไม่ทำลายเกราะความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว ปลุกสัมผัสสดชื่นด้วยกลิ่นหอมผ่อนคลายจากดอกไม้ป่า

โลชั่นบำรุงผิวกายเนื้อสัมผัสบางเบาซึมซาบไว อุดมด้วยสารสกัดฟลาโวนอยด์จากดอกบัวตองแม่ฮ่องสอน ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งกร้าน บรรเทาอาการระคายเคือง และล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวเนียนนุ่มตลอด 24 ชั่วโมง
โปรโมชันเปิดตัวเดือนพฤศจิกายน 2569: ลด 30% จากราคาปกติ และรับส่วนลดเพิ่มทันทีอีก 5% สำหรับทุกแพ็กคู่ 2 ชิ้น พร้อมบริการจัดส่งฟรีทั่วประเทศ

สัมผัสประสบการณ์ปรนนิบัติผิวกายครบวงจร เริ่มต้นด้วยเจลอาบน้ำฟองนุ่ม 100ml และตามด้วยโลชั่นบำรุงเข้มข้น 100ml เพื่อผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

บำรุงเข้มข้นและล็อกความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง 2 ขวดสุดคุ้ม อุดมด้วยสารสกัดฟลาโวนอยด์จากดอกบัวตองแม่ฮ่องสอน เหมาะสำหรับใช้ประจำวัน

ชำระล้างอย่างอ่อนโยน สดชื่นดั่งสปาธรรมชาติบนยอดดอย ฟองนุ่มละเอียด pH 5.5 ถนอมเกราะผิว ปราศจากสาร SLS/SLES แพ็กคู่ 2 ขวดคุ้มค่า
“เมื่อสายลมหนาวเริ่มพัดผ่านยอดดอยสูง ภูเขาหัวโล้นในจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่ได้ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาเพียงอย่างเดียว แต่กลับถูกแต่งแต้มด้วย 'สีเหลืองอร่าม' ของทุ่งดอกบัวตองที่บานสะพรั่งเต็มดอย ราวกับผืนผ้าใบชิ้นเอกที่ธรรมชาติบรรจงวาดขึ้นเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน”

อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน แหล่งปลูกและเบ่งบานใหญ่ที่สุดในไทย
เบื้องหลังความงามของดอกบัวตองที่เป็นเอกลักษณ์ มีบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเล่าขานกันว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจาก “มิชชันนารีชาวเม็กซิกันจากทวีปอเมริกาใต้” ซึ่งเดินทางขึ้นมาปฏิบัติภารกิจเผยแผ่ศาสนาและให้ความช่วยเหลือด้านการรักษาพยาบาล รวมถึงการศึกษาแก่ชุมชนบนภูเขาสูงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
ด้วยความคิดถึงบ้านเกิด บาทหลวงท่านนั้นจึงได้นำเมล็ดพันธุ์บัวตองติดตัวมาปลูกไว้บนดอย เพื่อให้คลายความคิดถึงบ้านยามที่มองเห็นดอกไม้พันธุ์นี้เบ่งบาน เมื่อกาลเวลาผ่านไป ด้วยความที่เป็นพืชทนทานสูง เมื่อเมล็ดถูกลมพัดปลิวไปทั่วขุนเขา และเมื่อสายฝนโปรยปราย เมล็ดเหล่านั้นจึงเจริญเติบโตขยายพันธุ์แพร่กระจายไปทั่วผืนป่า
จนกระทั่งถึงช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ทุ่งดอกไม้สีเหลืองทองจะพร้อมใจกันบานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง จนกลายเป็น “ดอกไม้ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน” และเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสทะเลหมอกตัดกับสีเหลืองทองอร่าม
แม้ดอกบัวตองจะงดงามและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ในเชิงนิเวศวิทยา บัวตองเคยถูกจัดเป็น 'พืชต่างถิ่นรุกราน' (Alien Invasive Species) Fleur d'Or จึงริเริ่มแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการควบคุม ตัดแต่ง และสกัดสารทรงคุณค่า
ผลการวิเคราะห์ทางพฤกษเคมี (Phytochemical Analysis) ยืนยันสารสกัดดอกบัวตองอุดมด้วย 3 สารออกฤทธิ์สำคัญ มีประสิทธิภาพไม่ด้อยไปกว่าพืชสมุนไพรเวชสำอางยอดนิยมอย่าง 'ใบบัวบก' พร้อมขับเคลื่อนประโยชน์สู่สังคมและสิ่งแวดล้อม
มีฤทธิ์เด่นในการ ยับยั้งกระบวนการอักเสบของผิวหนัง บรรเทาอาการระคายเคือง รอยแดงจากแสงแดด และช่วยปลอบประโลมผิวบอบบางแพ้ง่ายอย่างล้ำลึก
มีฤทธิ์เด่นในการ ต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง ปกป้องโครงสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยจากมลภาวะและรังสี UV
มีฤทธิ์เด่นในการ ต้านเชื้อแบคทีเรียอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการสะสมของเชื้อจุลินทรีย์ไม่พึงประสงค์ พร้อมฟื้นฟูไมโครไบโอมให้เกราะป้องกันผิวแข็งแรง
ผลการทดสอบชี้ว่าสารสกัดดอกบัวตองมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรียไม่ด้อยไปกว่า 'ใบบัวบก' (Centella Asiatica) ที่นิยมในสกินแคร์เคาน์เตอร์แบรนด์
การต่อยอดดอกบัวตองสู่ผลิตภัณฑ์ Fleur d'Or สร้างคุณค่าครบทั้ง 3 มิติ เพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และผู้บริโภค
ชุมชนสามารถรวมกลุ่มกันเก็บเกี่ยวและตัดแต่งบัวตองตามโควตา เพื่อส่งขายให้แก่โรงงานแปรรูปสารสกัด รวมถึงเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้มั่นคงนอกฤดูกาลเกษตรกรรม
การบริหารจัดการและตัดแต่งต้นบัวตองอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดปริมาณชีวมวลและเชื้อเพลิงแห้งในฤดูแล้ง บรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในชุมชนอย่างได้ผล
ชุมชนเกิดความภาคภูมิใจในการนำทรัพยากรท้องถิ่นที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาต่อยอดสู่นวัตกรรมเวชสำอางระดับสากล
การศึกษาวิจัยและนำเสนอบทความเกี่ยวกับบัวตองปรากฏอย่างแพร่หลายในวารสารวิชาการทั้งในและต่างประเทศ

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโล ศึกษาสาร Tagitinin A, C และ F ที่สกัดจากใบบัวตอง ต่อเซลล์เม็ดเลือดขาวนิวโทรฟิลของมนุษย์ พบว่าทั้งสามชนิดช่วยลดการหลั่งสารก่อการอักเสบ IL-6, IL-8 และ TNF-α โดย Tagitinin F เป็นสารเดียวที่ลดการอักเสบได้โดยไม่ทำให้เซลล์นิวโทรฟิลตาย ยืนยันฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารจากบัวตอง

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเดลบาเญ ประเทศโคลอมเบีย แยกสารอนุพันธ์กรดคาเฟอิกชนิดใหม่ได้จากสารสกัดใบบัวตอง พร้อมกรดฟีนอลิกอีก 3 ชนิด ซึ่ง 2 ชนิดถูกรายงานในบัวตองเป็นครั้งแรก ผลทดสอบพบว่าสารกลุ่มนี้ดักจับอนุมูลอิสระ DPPH ได้ดีมาก และมีฤทธิ์รีดิวซ์ (FRAP) ปานกลาง

สถาบัน Shanghai Institute of Materia Medica แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีน แยกสารเซสควิเทอร์ปีนแลกโตนจากส่วนเหนือดินของบัวตองได้ 14 ชนิด เป็นสารใหม่ 8 ชนิด บางชนิดมีโครงสร้างที่พบได้ยาก ในการทดลองระดับเซลล์ สาร 2 ชนิดยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ของหนูได้ปานกลาง โดยเพิ่มการเกิดลิพิดเปอร์ออกไซด์จนเซลล์ตายแบบเฟอร์ร็อปโทซิส

บทความทบทวนจากมหาวิทยาลัยมิโซรัม ประเทศอินเดีย รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับ Tagitinin C สารเซสควิเทอร์ปีนแลกโตนสำคัญในบัวตอง ซึ่งมีรายงานฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านจุลชีพ และต้านมาลาเรีย ในงานวิจัยระดับห้องปฏิบัติการยังพบว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิดผ่านกลไก apoptosis, autophagy และการหยุดวัฏจักรเซลล์ จึงเป็นสารจากพืชที่น่าศึกษาต่อ
สแกน QR Code ด้านล่างเพื่อแชทพูดคุย ปรึกษาปัญหาผิว หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เจลอาบน้ำและโลชั่นบัวตอง 100ml ได้โดยตรงกับทีมงาน

สแกนเพื่อแชทพูดคุย ปรึกษาปัญหาผิวพรรณ และสั่งซื้อเจลอาบน้ำหรือโลชั่นบัวตองกับแอดมินโดยตรง

ติดตามรีวิว บรรยากาศทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ และอัปเดตกิจกรรมพิเศษจากแม่ฮ่องสอน

สแกนเพื่อเปิดเว็บไซต์ Fleur d’Or บนสมาร์ทโฟน หรือแชร์ต่อให้เพื่อนของคุณได้อย่างสะดวก
ทีมงาน Fleur d’Or พร้อมให้บริการตอบคำถาม ปรึกษาปัญหาผิว และรับออเดอร์ผลิตภัณฑ์บัวตอง 100ml ผ่าน LINE OA และ Facebook ตลอดเวลาทำการ